#430 Workshop Apple Search Ads: โครงสร้างแคมเปญ บิด และรีวิว
https://www.youtube.com/watch?v=vWpuH1kJREc · App Masters · อัปโหลด 2023-04-04 · ยาว 27:19 · ชื่อเดิม: Apple Search Ads 2023 Workshop · ซับ auto-caption YouTube (ไม่ได้ฟังเสียงซ้ำ ไม่ได้ดูภาพ) · AI สรุป
⚡ สรุปสั้น
Steve อธิบายวิธีตั้งแคมเปญ Apple Search Ads แบบที่เขาใช้กับลูกค้า คือแยก Brand, Exact และ Discovery ออกเป็นคนละแคมเปญ เพื่อคุมงบรายวันได้ง่าย
สอนสูตรคำนวณบิดจาก CPA ที่ต้องการคูณอัตราคอนเวอร์ชัน พร้อมแนะนำให้ใช้ custom product page เรียกชื่อคีย์เวิร์ดที่ยิงอยู่ และเก็บเรตติ้งให้เยอะก่อนยิงแอด
ช่วงท้ายสาธิตตั้งแคมเปญให้แอปของคนในห้อง และตอบคำถามเรื่องการยิงแบรนด์ตัวเอง และ Today tab
📌 ประเด็นสำคัญ (อ้างนาที)
- โครงสร้างแคมเปญที่ Apple แนะนำคือ brand / category / competitor แบบ exact แล้วมี discovery แยก Steve เห็นว่าโครงสร้างแคมเปญสำคัญที่สุดและคนส่วนใหญ่ทำผิด [02:01]
- เขารวม category + competitor ไว้ใน exact campaign เดียว แล้วแยก Discovery (broad / search match) เป็นแคมเปญของตัวเอง เพราะคุมงบได้แค่ระดับแคมเปญ เห็นตัวไหนไปดีก็เพิ่มงบได้ง่าย [02:32]
- ถ้าคีย์เวิร์ดไหนสำคัญมากก็ดึงออกมาทำแคมเปญแยกของมันเอง ตัวอย่างคือแอปตัดต่อวิดีโอที่ดึงคีย์เวิร์ดตัดต่อออกมาคุมงบแยก [03:32]
- Discovery/Broad ในเคสลูกค้ารายใหญ่ทำผลดีกว่า exact match campaign และช่วย scale ได้เร็วกว่า [04:33]
- อัตราคอนเวอร์ชันโดยเฉลี่ยที่เขาเห็นคือ brand 70-90% และ exact 30-40% exact หมายถึงคีย์เวิร์ดคู่แข่ง/generic รวมกันที่ 30-40% ส่วน 20-35% คือกลุ่ม discovery [05:33]
- จ่ายต่อแท็ป จึงใช้สูตร cost per tap = ideal cost per acquisition × conversion rate ของคีย์เวิร์ดนั้น และเขามีสเปรดชีตไว้ปรับบิด [06:03]
- ตอนเริ่มตั้งบิด เขาเริ่มค่อนข้างสูงเพื่อให้ได้ข้อมูล เช่น exact 50% และ broad/search match 40% (ปกติเริ่มที่ราว 20%) แล้วค่อยลดลงหลังได้ข้อมูล [07:04]
- ผลของ custom product page ที่เขาเจอปนกัน มีผลปนกัน; ครั้งหนึ่งที่ไม่ได้ผลคือตอนแยก Video Editor ออกมาเป็นแคมเปญของตัวเองแล้วใช้ CPP (ซับ auto ช่วง 08:36 พูดว่าพอเรียกชื่อ video editor ตรงๆ ถึงช่วยได้) [07:34]
- คำของคู่แข่งใช้ได้ผล (ใช้ Apple suggested bid ได้) แต่คำ generic ถ้า Apple แนะนำบิด 5-10 ดอลลาร์ ก็มักจะจ่ายประมาณนั้นจริง อย่าทำถ้าสูตร CPT×CPA×คอนเวอร์ชันไม่คุ้ม; ต้นทุนต่อการได้ผู้ใช้ในเคสนี้ลงมาที่ 4-5 ดอลลาร์ [09:07]
- เทคนิคแบบ AdWords คือเรียกชื่อคีย์เวิร์ดที่ยิงอยู่ในหน้า CPP ให้ tap rate และคอนเวอร์ชันสูงขึ้น เช่นเปลี่ยนจาก 'calm stress, feel better' เป็น 'number one meditation app' (พูดว่า 'let's just say meditation app') ใน product page optimization ของลูกค้า [10:07]
- จำนวนเรตติ้งสำคัญกว่าค่าเฉลี่ย ขอแค่เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 4.1 ขอเรตติ้งตอน second open ได้ผลกว่าตอนเปิดครั้งแรก (เพราะมีแค่ราว 25% ที่กลับมา) หลัง onboarding/paywall ได้ผลกว่านั้นอีก [11:37]
- เคสลูกค้าที่ใส่ review prompt ต่อจาก hard paywall (เฉพาะคนที่เริ่มเทรียล) : พ.ย. 4.3 / 32 เรตติ้ง, ธ.ค. 4.3 / 51, ม.ค. 4.5 / 313 [12:39]
- รีวิวที่เขียนเองเคยช่วยอันดับ ASO แต่ปัจจุบันเขาเห็นว่าช่วยน้อยลง [15:15]
- เลือกคีย์เวิร์ดที่ search popularity อย่างน้อย 30 (บางครั้ง 5 ก็ใช้ได้ ต้องทดสอบ) [17:50]
- ขั้นตอนตั้งแคมเปญ: ตั้ง broad budget 50 ต่อวัน บิด 68 เซนต์ ปิด search match ใส่ negative keyword ระดับ ad group แบบ exact และทำ search match เป็นอีกแคมเปญที่ไม่มีคีย์เวิร์ด [18:52]
- ตัวเลือก new users vs all users: เขาเคยใช้ new users เพื่อประหยัด แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้ all users ส่วนผู้ร่วมเสวนาบอกว่า opt-in ATT อยู่ราว 22% [20:24]
- การยิงคำแบรนด์ตัวเองเป็นเรื่องอารมณ์มากกว่าข้อมูล ถ้ามีแอดทีวีหรือคู่แข่งยิงคำเรา ก็ควรป้องกัน [22:26]
- Today tab แพงและเป็นเรื่องแบรนด์ดิ้ง ถ้าเป็นสตาร์ทอัพที่ต้องการผลลัพธ์ เขาสนใจวางโฆษณาบนหน้าโปรดักต์ (similar apps) มากกว่า [25:00]
เอาไปใช้ยังไง
ตั้งแคมเปญแยก Brand / Exact / Discovery (search match) ให้คุมงบรายวันได้ แล้วใช้สูตร CPT = CPA ที่ต้องการ × conversion rate ตั้งบิด พร้อมทำ CPP ที่เรียกชื่อคีย์เวิร์ดและขอเรตติ้งหลัง paywall เพื่อเพิ่มจำนวนเรตติ้ง
🗒️ ข้อควรระวัง
คลิปเมื่อเมษายน 2023: Apple Search Ads ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Apple Ads และหน้าจอ/ตำแหน่งโฆษณาอาจต่างจากที่เห็น ควรตรวจกับปัจจุบัน · เปอร์เซ็นต์คอนเวอร์ชันและ opt-in 22% เป็นตัวเลขจากประสบการณ์/ช่วงเวลานั้น และซับช่วง conversion rate ไม่ชัด · หน่วยบิดเริ่มต้น (50/40) ในซับไม่ระบุชัด · เนื้อหาหลายส่วนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้พูด ไม่ใช่ข้อมูลยืนยัน (เขาบอกเองในคลิป) · ผู้พูดเป็นเจ้าของเอเจนซี่ที่ขายบริการนี้และโปรโมตช่อง YouTube ของตัวเอง
- ✅ ตรวจเสียงจริงแล้ว (whisper) 6 จุด · แก้ 6 จุด · ยังไม่แน่ใจ: ตัวเลข 4.1 ในสรุปตรงกับเสียงจริง ('if it's above 4.1') ไม่ต้องแก้; ตัวเลขเคส review prompt (พ.ย. 4.3/32, ธ.ค. 4.3/51, ม.ค. 4.5/313) ตรงกับเสียงจริง ไม่ต้องแก้ (ม.ค. พูดว่า 313 ratings); ซับ auto ช่วง 05:33 ที่ว่า 'starting now' ไม่เกี่ยวกับตัวเลข ไม่ต้องแก้