#396 ใช้ Custom Product Pages ลด CPA ของ Apple Search Ads
https://www.youtube.com/watch?v=lT6zu2JwT0c · App Masters · อัปโหลด 2022-07-28 · ยาว 15:01 · ชื่อเดิม: How to Use Custom Product Pages to Lower Apple Search Ads Costs · ซับ auto-caption YouTube (ไม่ได้ฟังเสียงซ้ำ ไม่ได้ดูภาพ) · AI สรุป
⚡ สรุปสั้น
Custom Product Pages (CPP) คือหน้าสโตร์เวอร์ชันเสริมที่ทำให้ตรงกับเจตนาการค้นหาของแต่ละกลุ่มคีย์เวิร์ด แล้วผูกกับ ad group ใน Apple Search Ads ผู้พูดบอกว่าเมื่อรูปและข้อความตรงกับสิ่งที่คนค้นหา อัตรา tap และอัตราติดตั้งจะสูงขึ้น ทำให้ CPA ลดลง
เทคนิคสำคัญคือต้องจัดโครงสร้างแคมเปญให้แยกตามเจตนา (แบรนด์ / generic / คู่แข่ง / discovery) และแบ่ง ad group ตามกลุ่มคีย์เวิร์ด จะได้จับคู่ CPP กับกลุ่มได้ตรงจุด
ถ้าจะปรับโครงสร้างแคมเปญเดิม ให้ย้ายทีละส่วน อย่าหยุดแคมเปญแล้วเริ่มใหม่ทั้งหมด เพราะ Apple ไม่ได้ต่อผลเดิมให้ และตัวเลขจะแกว่งแรง
📌 ประเด็นสำคัญ (อ้างนาที)
- CPP สร้างหน้าสโตร์แบบอิงเจตนาการค้นหาได้ 35 เวอร์ชัน ใช้กับกลุ่มคีย์เวิร์ดที่แยกไว้ [01:34]
- ตัวอย่างแอปหมวด finance: store-to-impression (stall/store to impression ratio) เพิ่มเกือบ 300%, conversion rate เพิ่ม 18%, tap-through rate เพิ่ม 235%, CPA ลด 26% [02:35]
- เหตุที่ CPA ลด: impressions เท่าเดิมแต่ conversion rate สูงขึ้น จึงได้ติดตั้งมากขึ้นจากทราฟฟิกเท่าเดิม ต้นทุนต่อคนจึงต่ำลง [03:07]
- นิยาม: tap-through rate = taps ÷ impressions, conversion rate ในบริบทนี้ = taps → installs (ไม่ใช่รายได้จากการสมัคร) และเราจ่ายเงินตาม tap จึงอยากได้ conversion สูง [03:37]
- ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคำในภาพ ควรเปลี่ยนภาพให้เกี่ยวกับคำค้นด้วย เช่น คีย์เวิร์ด money management / budget tracker ให้ใส่เป็นภาพแรก [04:37]
- วิธีคิด: ทำเหมือนแอปเรามีแค่ฟีเจอร์นั้นอย่างเดียว แล้วออกแบบไอคอน ภาพ และคำอธิบายให้ตอบคนที่ค้นด้วยเจตนานั้น [05:07]
- ตัวอย่างฟิตเนส: คนค้น weight loss / calorie tracker / cardio ต้องการเห็นอีกแบบ ไม่ใช่เนื้อหาแนว bulking ของคนสายบอดี้บิลเดอร์ [06:08]
- เคล็ดลับ: การหยุดแคมเปญแล้วเริ่มใหม่ Apple 'don't really treat you well' ผลไม่ต่อจากเดิม ผู้พูดจึงตั้งแคมเปญใหม่ตั้งแต่ต้นพร้อมวางแผน CPP [07:38]
- จัดกลุ่มคำใน ad group ตามเจตนา แล้วใส่ CPP ที่ตรงกับเจตนาของคีย์เวิร์ดส่วนใหญ่ในกลุ่มนั้น ถ้าเจตนากับครีเอทีฟไม่ตรงก็ไม่เวิร์ก [08:39]
- โครงสร้างแคมเปญแนะนำ: branded, generic, competitor และ discovery แยกกัน ถ้ารวมกันจะเห็น CPA ดูดี แต่ spend ส่วนใหญ่ (ตัวอย่างที่ผู้พูดยก: 75%) อาจไปอยู่ที่คำแบรนด์ [09:39]
- การแยกกลุ่มละเอียดทำให้เห็นว่ากลุ่มผู้ใช้/ฟีเจอร์ไหนทำผลดีหรือแย่ และต้นทุนต่อกลุ่มเท่าไร [11:11]
- ถ้าจะปรับโครงสร้างเดิม ให้ทยอยย้ายทีละกลุ่ม ไม่ทำพร้อมกัน เพราะ conversion rate, CPA และ impressions อาจแกว่งผิดปกติ [12:12]
เอาไปใช้ยังไง
แยกคีย์เวิร์ดใน Apple Search Ads เป็นแคมเปญ branded / generic / competitor / discovery แล้วแบ่ง ad group ตามเจตนา (เช่น money management, receipt scanner, invoicing) จากนั้นทำ CPP ที่มีภาพและข้อความตรงกับแต่ละกลุ่ม ค่อยๆ ย้ายทีละกลุ่มแทนการหยุดแคมเปญเดิมทั้งหมด
🗒️ ข้อควรระวัง
ข้อมูลปี 2022 ควรตรวจก่อนใช้: ตัวเลขสูงสุด 35 CPP เป็นของตอนเปิดตัวฟีเจอร์ ปัจจุบันอาจเปลี่ยนแล้ว และขั้นตอนผูก CPP กับ ad group / ชื่อ Apple Search Ads อาจปรับไปแล้ว ผู้พูดมาจาก Mobile Action (เครื่องมือ ASA/ASO) จึงมีมุมโปรโมต และคำว่า 'guaranteed' ว่า conversion ต้องดีขึ้นแน่นอนเกินจริง ตัวเลขผลลัพธ์เป็นตัวอย่างเดียวของแอป finance (ผู้พูดเองก็บอกว่าแต่ละคนต่างกัน) ซับเพี้ยนบางจุด เช่น ชื่อผู้พูดสะกดเป็น 'emery' และตัวเลขตัวอย่าง 75% เป็นสมมติ ต้นคลิปสัญญาเรื่องผลต่ออันดับ organic แต่เนื้อหาในทรานสคริปต์แทบไม่ได้พูดถึง
- ✅ ตรวจเสียงจริงแล้ว (whisper) 7 จุด · แก้ 1 จุด · ยังไม่แน่ใจ: 'stall to impression ratio' ในเสียงจริงฟังคล้าย 'store to impression' แต่ไม่ชัดเจนพอจะยืนยันคำที่แน่นอน; ประเด็นเรื่อง 'ผลไม่ต่อจากเดิม' และ 'ตั้งแคมเปญใหม่ตั้งแต่ต้นพร้อมวางแผน CPP' ตรงกับเสียงจริงโดยรวม แต่ช่วง 'วางแผน CPP' เป็นการตีความ; ประเด็นเรื่อง 'ทยอยย้ายทีละกลุ่ม' ตรงกับเสียงจริง แต่เหตุผล