#401 AdMob Mediation: Waterfall vs Open Bidding และกลยุทธ์ไฮบริด
https://www.youtube.com/watch?v=9rnrdhhTiDs · App Masters · อัปโหลด 2022-09-07 · ยาว 15:09 · ชื่อเดิม: AdMob Mediation · ซับ auto-caption YouTube (ไม่ได้ฟังเสียงซ้ำ ไม่ได้ดูภาพ) · AI สรุป
⚡ สรุปสั้น
อธิบายว่า ad mediation คือการเพิ่มคู่แข่งให้พื้นที่โฆษณาของเรา เพื่อดันราคา (eCPM) ให้สูงขึ้น แล้วไล่ดูวิวัฒนาการจาก waterfall ไปสู่ open/header bidding
เปรียบเทียบข้อดีของ open bidding เช่น ลดภาระ SDK ลด latency และให้ Google จัดการเรื่องการจ่ายเงินให้ทั้งหมด
สรุปว่าทิศทางคือกลยุทธ์ไฮบริด ใช้ทั้ง waterfall และ open bidding ร่วมกัน โดยเริ่มจากตั้ง baseline ตาม format, device และ geo ก่อน
📌 ประเด็นสำคัญ (อ้างนาที)
- Mediation คือการเพิ่มผู้ซื้อ (demand source) หลายรายเข้ามาแข่งกันซื้อพื้นที่โฆษณา แทนที่จะพึ่ง AdMob เจ้าเดียว [00:32]
- ก่อนเริ่มต้องตั้ง baseline จากข้อมูลย้อนหลังโดยแยกตาม 3 ตัวแปร: format, device, geo เพราะแต่ละตัวต้องใช้กลยุทธ์ต่างกัน [01:33]
- ตัวอย่างตาม geo: ในสหรัฐฯ partner อย่าง AppLovin, IronSource, InMobi สำคัญ แต่ในอินเดียอาจมี demand ไม่เท่ากัน; ตาม format: rewarded video ให้ CPM สูง และ Unity ทำได้ดี [02:03]
- Waterfall คือวิธี mediation แบบเก่าสุด เรียกหลายเครือข่ายเป็นชั้นๆ ตาม CPM ที่ตั้งไว้ และแยก flow ตามกลุ่มผู้ใช้ [03:33]
- ใน AdMob ตั้ง waterfall ได้ 2 แบบ: Google optimized (Google ตั้ง floor ให้อัตโนมัติ) หรือ manual flow ที่กำหนด floor เอง เช่น 1 ดอลลาร์ และแยกตามประเทศได้ [04:04]
- Google Ad Manager มี target eCPM (บอกราคาเป้าหมาย แล้ว Google จัดการ flow ให้) และข้อมูล bid distribution ที่ช่วยตั้งราคาให้ได้ bid มากที่สุด [05:05]
- Multi call: บาง partner ยอมให้ขอ ad ซ้ำหลายครั้งสำหรับ placement เดียวกัน ต้องเช็กกับแต่ละเจ้าว่าได้รับอนุญาตหรือไม่ [06:37]
- Google มีฟีเจอร์ที่ปรับลำดับ waterfall อัตโนมัติตาม eCPM แบบเรียลไทม์ ผู้พูดเรียกว่า "eno" (ซับอาจเพี้ยน น่าจะหมายถึง ad network optimization) [07:38]
- ปัญหาของ waterfall คือ latency เพราะต้องเรียก partner ทีละเจ้า จำกัดจำนวน partner และกระทบ fill rate จึงเกิด open bidding / header bidding ที่เป็นการประมูลสดพร้อมกัน [08:41]
- ข้อดี open bidding: ใช้ SDK น้อยลง (เป็น server-level integration), latency ต่ำเพราะประมูลขนานได้ 10-20 partner, Google ดูแลการจ่ายเงิน (ผู้พูดบอกจ่ายวันที่ 21 ของเดือน) และตัวเลขข้อมูลตรงกันมากขึ้น [10:14]
- แนวโน้มคือ hybrid: partner ที่เด่นบน bidding ก็ใช้ bidding ส่วน inventory ที่เหลือวิ่งใน waterfall stack [12:49]
- ข้อดีของการใช้ mediation ใน AdMob คือได้ inventory จากหลายเครือข่ายและได้เงินตรงเวลา ช่วยลดช่องว่างกระแสเงินสดของคนที่ซื้อ UA [13:20]
เอาไปใช้ยังไง
เริ่มจากดึงข้อมูลรายได้ย้อนหลังแยกตาม format/device/geo จาก Firebase หรือ AdMob เป็น baseline แล้วลองเปิด open bidding กับ partner หลักใน AdMob ควบคู่กับ waterfall ของ partner ที่ไม่รองรับ bidding เพื่อทำเป็น hybrid
🗒️ ข้อควรระวัง
ผู้พูด (Sid Gupta จาก AppBroda) โปรโมตบริการของ AppBroda ท้ายคลิป · คลิปปี 2022 ชื่อฟีเจอร์/UI ของ AdMob และรายชื่อ partner (เช่น Facebook Audience Network หรือ FAN) อาจเปลี่ยนไปแล้ว ควรตรวจกับเอกสาร AdMob ปัจจุบัน · วันจ่ายเงิน 'วันที่ 21' และตัวเลขตัวอย่าง ($1, 90 cents) เป็นคำพูดจากซับ อาจเพี้ยนและเป็นเพียงตัวอย่าง · ซับมีคำที่ฟังเพี้ยนหลายจุด เช่น 'jio' = geo, 'eno' · เนื้อหาเชิงแนวคิดยังใช้ได้ แต่ควรตรวจรายละเอียดฟีเจอร์ปัจจุบัน
- ตัวเลข/ชื่อ ตามซับ auto อาจเพี้ยน — ยังไม่ได้ฟังทวน