#326 เพิ่ม Retention ด้วยการทดลองและ Manifesto

8 · รักษาผู้ใช้ & เพิ่มรายได้2020-12-21💬 เรื่องเล่าretentionA/A testทดลองซับอัตโนมัติ
ทำไมควรอ่าน
ดัน D7 retention จาก 10% เป็น 40% ด้วยการทดลองต่อเนื่อง
https://www.youtube.com/watch?v=oPanM4Ry73c · App Masters · อัปโหลด 2020-12-21 · ยาว 15:12 · ชื่อเดิม: Do This If Your App Retention Sucks · ซับ auto-caption YouTube (ไม่ได้ฟังเสียงซ้ำ ไม่ได้ดูภาพ) · AI สรุป

⚡ สรุปสั้น

CEO ของ Listory เล่าว่าทีมดัน retention วันที่ 7 จากต่ำกว่า 10% เป็นกว่า 40% ด้วยการทดลองต่อเนื่องและเขียน manifesto บอกความเชื่อของทีม

เขาแนะนำให้ทำ A/A test ก่อนเพื่อรู้ว่าต้องใช้ผู้ใช้กี่คนต่อการทดลอง และทดลองให้สูงที่ต้นทางของ funnel เช่นหน้าสโตร์ เพราะเร็วและถูกกว่า

ข้อสรุปคือ ข้อความที่บอกคุณค่าเป็นรูปธรรมและใช้งานได้จริง ได้ผลดีกว่าการขายภารกิจกว้างๆ และต้องให้ผู้ใช้ที่เข้ามาตรงกับฟีเจอร์ที่ทดสอบ

📌 ประเด็นสำคัญ (อ้างนาที)

  • Listory เป็นแอปคอนเทนต์แบบ finite คือคัดเฉพาะเนื้อหาที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ ไม่มี infinite feed เพราะเห็นว่ายิ่งมีคอนเทนต์มากยิ่งบริโภคน้อยลง [01:34]
  • กลยุทธ์หลักคือการทดลอง (experimentation) แบบขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ไม่ใช่ความเห็น และสร้าง manifesto เพื่อวางภารกิจไว้ข้างหน้า [02:37]
  • retention วันที่ 7 ขยับจากต่ำกว่า 10% เป็นมากกว่า 40% (ตามที่พิธีกรกล่าวในช่วงเปิดประเด็น) [02:06]
  • ก่อนเริ่มทดลอง ให้รัน A/A test คือใช้ประสบการณ์เดียวกันแต่สุ่มกลุ่มผู้ใช้ เพื่อดูว่าต้องใช้ผู้ใช้เท่าไรและรันนานแค่ไหนจึงได้ผลตรงกัน [03:38]
  • ในการทดลองเรื่องความสดของคอนเทนต์ เริ่มเห็นผลเมื่อมีผู้ใช้ราว 600 คนในการทดลอง ก่อนหน้านั้นข้อมูลมี noise มากเกินไป [04:40]
  • manifesto บอกชัดว่าเชื่ออะไรและไม่เชื่ออะไร ทำขึ้นเพื่อจัดลำดับความสำคัญภายในทีมก่อน แล้วพบว่าใช้เป็นเครื่องมือการตลาดสร้างความไว้วางใจได้ด้วย [06:17]
  • แรงบันดาลใจของ manifesto มาจาก Basecamp และผลิตภัณฑ์ Hey ไม่ได้ใช้เทมเพลต และเผยแพร่ไว้ที่เมนูส่วนหัวของเว็บไซต์ตัวเอง ตัวอย่างความเชื่อคือ no infinite feed และ human curation มากกว่าเทคโนโลยี [07:19]
  • ไม่มีการทดลองเดียวที่ทำให้ retention พุ่ง เปรียบเหมือนก่อไฟที่ต้องสะสมกิ่งไม้และไม้ขีดหลายอัน [08:23]
  • ยิ่งทดลองสูงใน funnel (เช่นข้อความหน้าสโตร์ Android) ยิ่งได้ผู้ใช้เข้าการทดลองมากกว่า ถูกกว่า เร็วกว่า และผลกระทบปลายทางใหญ่กว่า [08:53]
  • ข้อความที่บอกสิ่งที่จะได้อย่างเป็นรูปธรรมและทำได้จริง เช่น "Real read later" ตอบสนองดีกว่าการขายภารกิจกว้างๆ อย่าง happier and smarter และช่วยให้ retention ดีขึ้น [10:24]
  • การทดลองฟีเจอร์ต้องสอดคล้องกับเหตุผลที่ผู้ใช้เข้ามา ไม่เช่นนั้นผู้ใช้จะคาดหวังต่างไปและจากไป ต้องมองเป็น full stack ตั้งแต่ messaging ถึงในแอป [13:00]
  • ต้องหาคอขวดของ journey ว่าอยู่ที่ conversion, retention วันที่ 2, วันที่ 7 หรือความถี่ เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงกระทบทั้ง funnel [14:02]

เอาไปใช้ยังไง

ก่อนทดลองอะไร ให้ทดสอบ A/A เพื่อรู้ขนาดตัวอย่างขั้นต่ำของแอปตัวเอง แล้วเริ่มทดลองข้อความที่หน้าสโตร์ด้วยคุณค่าที่เป็นรูปธรรมของฟีเจอร์ และเขียน manifesto สั้นๆ ไว้จัดลำดับฟีเจอร์ในทีม

🗒️ ข้อควรระวัง

ข้อมูลเป็นปี 2020 และเป็นประสบการณ์ของแอปเดียว (แอปคอนเทนต์) ตัวเลข 600 ผู้ใช้เป็นของการทดลองเฉพาะเรื่องของเขา แอปอื่นอาจต่างกัน ทรานสคริปต์ช่วงท้าย (หลัง 14:32) ขาดหายไป ชื่อแอปในซับสะกดเพี้ยนเป็น listerie/history/list3.com ผู้พูดพูดถึงแอปตัวเอง (Listory) ซึ่งเป็นการโปรโมตเล็กน้อย

  • ตัวเลข/ชื่อ ตามซับ auto อาจเพี้ยน — ยังไม่ได้ฟังทวน

เรื่องใกล้กัน

#562 Subscription Value Loop: เฟรมเวิร์กโตแอปสมัครสมาชิก
กรอบคิดโตแอปสมัครสมาชิกจากอดีตหัวหน้า growth Quizlet
2025-12-02ควรอ่าน🧭 กรอบคิดตรวจเสียงจริงแล้ว
#497 เพิ่ม engagement และรายได้แอปสมัครสมาชิกด้วยอีเมล พุช และส่วนลด
ใช้ส่วนลดกับคนที่ยกเลิก trial แต่ยังใช้แอป เพิ่มรายได้ได้เลย
2024-08-06ควรอ่าน🛠 วิธีทำตรวจเสียงจริงแล้ว
#436 เคสศึกษา: แคมเปญ Win-Back ทำเงิน $7,000 ต่อเดือน
แคมเปญดึงคนที่ยกเลิกกลับมา ได้ $7k/เดือน
2023-05-09ควรอ่าน🔍 เคสจริงตรวจเสียงจริงแล้ว
#434 ซีเควนซ์อีเมลและ Push เพื่อเพิ่มการสมัครสมาชิกแอป
ซีเควนซ์อีเมล 30 วันแรกที่เอาไปทำตามได้ทันที
2023-04-25ควรอ่าน🛠 วิธีทำตรวจเสียงจริงแล้ว