#424 ปรับหน้า Paywall ให้ยาว-ครบ ทำรายได้ 4 เท่าจากแค่ 15 ดาวน์โหลด/วัน
https://www.youtube.com/watch?v=Q7_CcDRQd_w · App Masters · อัปโหลด 2023-02-21 · ยาว 12:28 · ชื่อเดิม: $250 to $1,000 a Month with Just 15 Downloads · ซับ auto-caption YouTube (ไม่ได้ฟังเสียงซ้ำ ไม่ได้ดูภาพ) · AI สรุป
⚡ สรุปสั้น
นักพัฒนาแอป Penman (แอปจดโน้ตด้วยเสียง) รายได้ตกเหลือ $270 ต่อเดือน เลยใช้ Firebase events หาจุดที่ผู้ใช้หลุดก่อนซื้อ แล้วปรับหน้า Premium ใหม่
เปลี่ยนจากหน้าสั้นที่มีปุ่มรายเดือน/รายปี เป็นหน้ายาวที่มี testimonial, social proof, ตารางฟีเจอร์ Basic vs Premium, FAQ และตัวนับเวลาถอยหลัง พร้อมตัดแพ็กเกจรายเดือน เหลือรายปีกับ Lifetime
ผลคือแม้ดาวน์โหลดลดลง รายได้กลับเพิ่มจาก $250 เป็น $1,000 ต่อเดือน เพราะคนส่วนใหญ่หันมาซื้อ Lifetime และเมื่อโปรดักต์ปิดการขายได้ดีแล้ว ก็พร้อมซื้อโฆษณาอย่าง Apple Search Ads ต่อ
📌 ประเด็นสำคัญ (อ้างนาที)
- รายได้เฉลี่ย 2 ปีที่ผ่านมาอยู่ราว $400-500 ต่อเดือน แต่ราวเดือนมิถุนายนตกลงไปต่ำสุดที่ $270 ทั้งที่มีดาวน์โหลดเกือบ 500 [02:02]
- ติดตั้ง Firebase events แล้วพบว่าคนไม่เปิดบางหน้า หรือเปิดแล้วไม่กดปุ่มซื้อ และบางคนกดซื้อแล้วติดปัญหาอินเทอร์เน็ตจนซื้อไม่สำเร็จ [02:33]
- ทดลองตัดแพ็กเกจรายเดือน เหลือเฉพาะรายปีและ Lifetime [03:04]
- ดีไซน์ A เดิมสั้น มีฟีเจอร์น้อยและปุ่มง่ายๆ สองปุ่ม ผู้พูดสรุปว่าหน้าสั้นที่ไม่มี testimonial หรือตารางฟีเจอร์ 'ไม่เวิร์ก' ตรงกันข้ามกับที่เคยคิดว่าคนไม่อยากเลื่อนหน้า [03:34]
- ดีไซน์ B ใส่หัวข้อเป็นผลวิจัย (อ้างงานวิจัยของ Stanford ว่า speech to text เขียนได้เร็วขึ้น 3 เท่า) ตามด้วยแพ็กเกจ ฟีเจอร์ Premium และ testimonial [05:36]
- ใส่ social proof ว่ามีผู้ใช้ดาวน์โหลดราว 50,000 คน และเคยถูก Apple กับเว็บไซต์ต่างๆ แนะนำ ก่อนถึงตารางเทียบ Basic กับ Premium [06:06]
- Steve แนะนำว่าถ้าไม่มี social proof ให้ยืมงานวิจัยที่พิสูจน์แล้วมาใช้ เช่นที่เขาใช้เรื่อง pink noise ช่วยความจำ [06:36]
- แพ็กเกจ Basic ให้โน้ตและ notebook ไม่จำกัด เพราะช่วงแรกโดนรีวิวลบว่าฟีเจอร์ฟรีน้อยเกินไป จึงยอมเพิ่มฟีเจอร์ฟรีเพื่อกันรีวิวลบ [07:06]
- ใส่ข้อความว่าดีลกำลังจะหมดและราคาจะปรับกลับ เพื่อสร้างความเร่งด่วน [08:37]
- เพิ่มแพ็กเกจ Lifetime เดือนมิถุนายนแต่ยังไม่พอ ต้องเปลี่ยนหน้า Premium ช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม ยอดจึงเริ่มกระโดด และเดือนกันยายนดาวน์โหลดน้อยลงแต่รายได้มากขึ้น [09:07]
- แนวคิดคิดเป็นรายได้ต่อดาวน์โหลด เพื่อกำหนดว่าจ่ายค่า install ได้เท่าไร (ยกตัวอย่าง $1 ต่อดาวน์โหลด) ก่อนซื้อโฆษณา; เขาเคยลอง Apple Search Ads แต่ไม่ได้ผลเพราะโปรดักต์ยังไม่พร้อม [10:07]
- Onboarding เล่าเรื่องสั้นๆ ไล่จากจุดขายของแอปไปจนถึงปุ่ม 'Start writing' แล้วจึงขึ้นหน้า pricing [11:08]
เอาไปใช้ยังไง
ใช้ Firebase (หรือเครื่องมือ event อื่น) ไล่ดูว่าคนหลุดที่หน้าไหนก่อนถึงปุ่มซื้อ แล้วทดสอบหน้า paywall แบบยาวที่มี social proof ตารางเทียบฟีเจอร์ และ FAQ รวมถึงลองตัดแพ็กเกจรายเดือนเหลือรายปีกับ Lifetime ก่อนจะลงเงินซื้อโฆษณา
🗒️ ข้อควรระวัง
เป็นกรณีศึกษาของแอปเดียว ตัวเลขรายได้และผลลัพธ์ได้จากคำบอกเล่าของผู้พัฒนา ไม่ได้แสดงกราฟยืนยันในซับ และไม่ชัดว่าแต่ละการเปลี่ยนแปลง (ตัดรายเดือน, เพิ่ม Lifetime, หน้ายาว) ส่งผลเท่าไร เพราะเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน ตัวเลขอย่างงานวิจัย Stanford 3 เท่าเป็นการอ้างโดยผู้พัฒนาและยังไม่ได้ตรวจสอบ ข้อมูลอัปโหลดเมื่อ ก.พ. 2023 ควรตรวจแนวทาง/กฎ App Store เกี่ยวกับการใช้ตัวนับเวลาและข้อความเร่งด่วนซ้ำ ผู้พูดโปรโมตบริการ audit/agency ของ AppMasters
- ✅ ตรวจเสียงจริงแล้ว (whisper) 5 จุด · แก้ 1 จุด · ยังไม่แน่ใจ: ประเด็น B design: เสียงจริงช่วงต้นกับซับ auto ยืนยันงานวิจัย Stanford และ 3 เท่า แต่ whisper ส่วนที่พูดถึง testimonial สลับภาษา ส่วนนี้ตรงกับสรุปโดยรวม; ประเด็นรายได้: ตัวเลข $400-500, $270, ดาวน์โหลดเกือบ 500 ตรงกับเสียงจริง แต่เดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่รายได้เริ่มลดลง (ab Juni) ไม่ชัดว่า $270 คือเด