#400 A/B เทสต์ตัดฟรีเทรียลหลังออนบอร์ดดิ้ง รายได้พุ่ง 269%
https://www.youtube.com/watch?v=1c-NnSSd6Aw · App Masters · อัปโหลด 2022-08-30 · ยาว 9:28 · ชื่อเดิม: This A/B Test Led to a 269% Increase in App Revenue · ซับ auto-caption YouTube (ไม่ได้ฟังเสียงซ้ำ ไม่ได้ดูภาพ) · AI สรุป
⚡ สรุปสั้น
นักพัฒนาแอปแชร์ผลเทสต์: ยังให้ฟรีเทรียลที่ paywall ตอนออนบอร์ดดิ้ง แต่หลังออนบอร์ดดิ้งเลิกให้ฟรีเทรียล เสนอแต่ตัวเลือกจ่ายเงินทันที
ผลคือยอดจ่ายเงินทันที (244 ราย) มากกว่ากลุ่มที่ได้ฟรีเทรียลต่อ (ที่กลายเป็นผู้จ่ายจริงเพียง 138 จาก 703) รายได้ในโค้ฮอร์ตหนึ่งอยู่ที่ราวหมื่นเอ็ดพันเทียบกับสี่พัน
ข้อสรุปคือคนที่ใช้แอปมานานจนเจอ paywall มักตั้งใจจะซื้ออยู่แล้ว จึงเก็บเงินทันทีได้เลย และผู้พูดคุยต่อถึงแนวคิด paywall แบบอิงการใช้งาน (usage-based) เทียบกับแบบอิงฟีเจอร์
📌 ประเด็นสำคัญ (อ้างนาที)
- ตั้งค่าเทสต์: ทั้งสองกลุ่มมี paywall พร้อมฟรีเทรียลตอนออนบอร์ดดิ้ง ต่างกันที่หลังออนบอร์ดดิ้ง กลุ่มฐานยังเสนอฟรีเทรียล อีกกลุ่มไม่มีฟรีเทรียลแล้ว [00:31]
- เหตุผลของการเทสต์: ถ้าใช้แอปมานานแล้วเพิ่งสงสัยฟีเจอร์เสียเงิน ผู้ใช้อาจเริ่มฟรีเทรียลแล้วยกเลิกทันที จากนั้นกลับไปใช้เวอร์ชันฟรีต่อ [01:01]
- ตัวเลขกลุ่มฟรีเทรียลหลังออนบอร์ดดิ้ง: 703 ราย เริ่มเทรียล แต่มีเพียง 138 รายที่กลายเป็นผู้สมัครจ่ายจริง [02:02]
- รายปี: กลุ่มฐานมี 102 ที่ต่ออายุ เทียบกับ 244 การจ่ายเงินทันทีในกลุ่มไม่มีเทรียล [02:33]
- รายได้ในโค้ฮอร์ตหนึ่ง: กลุ่มไม่มีเทรียล 11,000 เทียบกับกลุ่มมีเทรียล 4,000 (ชื่อคลิประบุเพิ่ม 269%) [03:04]
- สถิติเก่าที่วิลเลียมอ้าง: มีเพียง 25% ของการเปิดแอปครั้งแรกที่กลับมาเปิดครั้งที่สอง ดังนั้นคนที่อยู่ต่อจนเห็น paywall มักชอบแอปและพร้อมจ่าย [03:34]
- สัดส่วน activation ของสองกลุ่มแทบเท่ากัน ราว 0.27 ถึง 0.37 ต่างกันที่กลุ่มหนึ่งเป็นลูกค้าจ่ายเงิน 100% อีกกลุ่มจ่ายจริงราว 20-30% [03:34]
- แนวทางแสดง paywall ของแอป: แสดงซ้ำทุกๆ x เซสชัน และแสดงเมื่อแตะใช้ฟีเจอร์พรีเมียมแต่ละตัว [05:05]
- ไอเดีย paywall แบบอิงการใช้งาน (เช่น ใช้ได้ 3 ครั้ง) แทนจำกัดเวลา 7 วัน เพราะรู้ว่าผู้ใช้ใช้บ่อยแค่ไหนแล้วมีโอกาสจ่ายมากขึ้น [06:07]
- ที่เคยได้ยินมา: usage-based paywall มักมี retention ของการสมัครสูงกว่า feature-based เพราะคนที่ใช้หนักจะต่ออายุ ขณะที่ feature-based อาจถูกยกเลิกเมื่อได้รับแจ้งเตือนต่ออายุ [06:38]
- ข้อเสียของ usage-based: ถ้าเข้มเกินไป ผู้ใช้อาจไม่แชร์ให้เพื่อน ทำให้เสียไวรัลลิตี้ [07:10]
- ควรเลือกตามประเภทแอป เช่น แอปจดบันทึกอาจจำกัดจำนวนครั้ง แอปตัดต่อวิดีโออาจล็อกฟีเจอร์พรีเมียม และทางที่ดีที่สุดคือรัน A/B เทสต์ [07:40]
เอาไปใช้ยังไง
ถ้าแอปมีฟรีเทรียลที่ paywall ตอนออนบอร์ดดิ้งอยู่แล้ว ให้ลองรัน A/B เทสต์ที่ paywall ซึ่งแสดงภายหลัง (ตอนแตะฟีเจอร์พรีเมียมหรือครบ x เซสชัน) โดยเอาฟรีเทรียลออกและเสนอแต่ตัวเลือกจ่ายเงิน แล้ววัดทั้งยอดจ่ายเงินทันทีและรายได้รวม
🗒️ ข้อควรระวัง
ผลมาจากแอปเดียว (ไม่เปิดเผยชื่อ) ขนาดตัวอย่างไม่ใหญ่ และรายได้ที่เทียบเป็นโค้ฮอร์ตเดียว จึงไม่ควรเหมาตัวเลข 269% เป็นผลที่จะได้กับทุกแอป ตัวเลขจากซับอาจเพี้ยนเล็กน้อย (เช่น '11 000' และ '4 000' ไม่ระบุสกุลเงิน) ข้อมูลปี 2022 ควรตรวจกฎ App Store ปัจจุบันเรื่อง hard paywall ที่ผู้พูดเอ่ยถึง (ว่า Apple ไม่ให้ทำ) และสถิติ 25% เป็นสถิติเก่าตามที่ผู้พูดบอกเอง
- ✅ ตรวจเสียงจริงแล้ว (whisper) 6 จุด · แก้ 2 จุด · ยังไม่แน่ใจ: ประเด็นชื่อคลิป 269% ผู้พูดพูดแค่ "Yeah, 269%" ไม่ชัดว่าหมายถึงรายได้เพิ่มขึ้นหรืออย่างอื่น แม้ 11,000 เทียบ 4,000 จะสอดคล้องกับประมาณ 175% ถึง 275% ตามวิธีคิด จึงไม่แก้; ประเด็น "นี่คือประโยคที่ทำให้ใช้ paywall อิงการใช้งานได้ 3 ครั้ง" ส่วนท้ายสรุปว่า "มีโอกาสจ่ายมากขึ้น" ตรงกับเสียงจริงที่ว่า "if