#451 ASO สำหรับแอปใหม่ที่ดาวน์โหลดเป็นศูนย์: เริ่มจากคีย์เวิร์ดเล็ก
https://www.youtube.com/watch?v=YpOl4p_sRxc · App Masters · อัปโหลด 2023-08-15 · ยาว 13:33 · ชื่อเดิม: Cracking the Code: App Store Optimization for Apps Struggling with Downloads · ซับ auto-caption YouTube (ไม่ได้ฟังเสียงซ้ำ ไม่ได้ดูภาพ) · AI สรุป
⚡ สรุปสั้น
แอปใหม่ที่ไม่มีดาวน์โหลดและไม่มีเรตติ้งอย่าเพิ่งไปแข่งคีย์เวิร์ดยอดนิยม ให้เริ่มจากคีย์เวิร์ดเล็กที่มีคนค้นพอสมควร (popularity ราว 30+) และคู่แข่งยังไม่ได้ใส่ในชื่อแอป
ใช้เครื่องมืออย่าง Keyword Inspector และ Competitor Keywords ของ AppFigures หาช่องว่างคีย์เวิร์ดที่คู่แข่งติดอันดับแต่เรายังไม่ติด แล้วใส่ในชื่อ/subtitle/keyword list
เรตติ้งคือ "สกุลเงิน" ของ ASO บน App Store ต้องสร้างด้วยการขอรีวิวถูกจังหวะ ไม่ซื้อเรตติ้ง ส่วน Apple Search Ads ทำได้ถ้าไหวแต่ค่าเริ่มต้นเปลืองเงิน
📌 ประเด็นสำคัญ (อ้างนาที)
- ASO คือการบอก Apple/Google ว่าแอปเราทำอะไร ไม่ใช่การปั่นอัลกอริทึม และคีย์เวิร์ดไม่ต้องมีดาวน์โหลดหรือเรตติ้งก็ถูกนำไปจัดอันดับได้ [00:00]
- ปัญหาคือไม่มีดาวน์โหลด = ไม่มีเรตติ้ง = ไม่ขึ้นสูง จึงต้อง "aim low" เริ่มต่ำแล้วสร้างโมเมนตัม [01:01]
- ความผิดพลาดใหญ่คือเล็งคีย์เวิร์ดยอดนิยมอย่างแข่งกับ Instagram ซึ่งไม่มีทางชนะ [02:01]
- ผู้พูดชอบเริ่มที่คีย์เวิร์ดที่มี search score/popularity อย่างน้อย 30 และถ้าหาไม่ได้ก็ลดลงเล็กน้อยได้ แต่สเกลไม่เป็นเส้นตรง 37 ดีกว่า 35 มากกว่าสองเท่า [04:02]
- ตัวอย่าง meditation ที่ popularity ราว 60 (popularity สูงมาก) ให้ลงลึกไปคีย์เวิร์ดอย่าง deep breathing หรือ pace breathing ที่คนแข่งน้อยกว่า [02:32]
- อัลกอริทึมดูเรตติ้งช่วงประมาณ 30 วันล่าสุด ซึ่งไม่แสดงบน App Store แต่เห็นได้ใน Keyword Inspector [03:02]
- หาโอกาส: ดูว่าท็อป 5 ไม่ได้ใส่คีย์เวิร์ดนั้นในชื่อ ถ้าเราใส่ในชื่อแอปอาจติดท็อป 5 ได้แม้เรตติ้งน้อยกว่าคู่แข่งมาก (เรตติ้ง ~2 หรือ 20 vs อยู่ใต้ท็อป 1000) [04:32]
- ใช้ Compare > Competitor Keywords นำท็อป 5 มาดู keyword gap กรอง popularity 30+ แล้วย้อนกลับไปเช็คใน Keyword Inspector (ไม่ระบุเวลา) [07:06]
- ติดตามคีย์เวิร์ดที่เลือกใน keyword performance report แล้วใส่ในชื่อ (ถ้าไม่ได้ก็ subtitle/keyword list) ปล่อยอัปเดตและดูเทรนด์ [08:09]
- คีย์เวิร์ดเล็กที่ลึกลงไปใน funnel เช่น panic attack มีเจตนาสูงกว่า (ตัวอย่างมี 136 แอป) ผู้ใช้มีแนวโน้มสมัครสมาชิกสูง [09:10]
- ห้ามซื้อเรตติ้ง เพราะอาจโดนลงโทษ ให้สร้างจากการขอรีวิวถูกจังหวะ และติดตามอัตราส่วนดาวน์โหลดต่อเรตติ้ง (multiplier) เทียบกับคู่แข่ง [11:44]
- Apple Search Ads: ถ้าจ่ายไหวก็ทำ แต่ค่าเริ่มต้นของแคมเปญแรกเปลืองเงินและได้ดาวน์โหลดน้อย ต้องปรับตั้งค่าเอง [12:44]
เอาไปใช้ยังไง
เลือกคีย์เวิร์ดที่ popularity ราว 30+ ซึ่งท็อปผลลัพธ์ไม่ได้ใส่ในชื่อ แล้วใส่ในชื่อแอป/subtitle จากนั้นวางจังหวะขอรีวิวในแอปเพื่อสะสมเรตติ้ง ก่อนค่อยลองทำ Apple Search Ads แบบจำกัดงบ
🗒️ ข้อควรระวัง
ผู้พูดเป็นตัวแทนของ AppFigures จึงโปรโมตเครื่องมือของตัวเอง ตัวเลข popularity 30 เป็นความชอบส่วนตัว ไม่ใช่เกณฑ์ตายตัว และข้อมูลที่ฟังจากซับอาจเพี้ยน คลิปอัปโหลดปี 2023 (ประมาณ 3 ปีก่อน) ควรตรวจว่า UI ของ AppFigures และพฤติกรรมอัลกอริทึม/ค่าเริ่มต้นของ Apple Search Ads ยังตรงปัจจุบัน
- ✅ ตรวจเสียงจริงแล้ว (whisper) 9 จุด · แก้ 3 จุด · ยังไม่แน่ใจ: ประเด็น Compare > Competitor Keywords: ช่วงเสียงจริงที่ให้มาไม่ครอบคลุมส่วนกรอง popularity 30+ และย้อนเช็ค Keyword Inspector จึงยืนยันไม่ได้; ประเด็น panic attack: 'เจตนาสูงกว่า' และ 'สมัครสมาชิกสูง' ตีความจากเสียงจริงที่ถอดไม่ชัด ('ถ้ามีอาการแพนิค มีแนวโน้มสูงที่จะ...') จึงไม่แก้ ส่วน 136 แอปตรงกับ