#398 หา Product Market Fit แบบง่าย ๆ
https://www.youtube.com/watch?v=akNrTmOz2tQ · App Masters · อัปโหลด 2022-08-17 · ยาว 15:18 · ชื่อเดิม: Product Market Fit: The Simple Way to Find It · ซับ auto-caption YouTube (ไม่ได้ฟังเสียงซ้ำ ไม่ได้ดูภาพ) · AI สรุป
⚡ สรุปสั้น
อธิบายว่า product market fit คือการที่แอปตอบโจทย์ปัญหาของตลาดเป้าหมายที่เลือกไว้ ควรเริ่มจากกลุ่มคนที่พร้อมตอบรับง่ายที่สุดก่อน แล้วถามผู้ใช้ด้วยคำถามไม่กี่ข้อเพื่อดูว่าเขาจะเสียดายไหมถ้าไม่มีแอป
หลังเปิดตัวให้เก็บฟีดแบ็กในแอปแทนการรอรีวิวแย่ ๆ และใช้ onboarding ถามว่าผู้ใช้มาทำอะไร
วัดผลด้วย retention เป็นหลัก ร่วมกับอัตราส่วน DAU/MAU เป็นตัวชี้วัดล่วงหน้า และ virality จะตามมาเมื่อคนรักแอปแล้ว
📌 ประเด็นสำคัญ (อ้างนาที)
- Product market fit = แอปที่สร้างตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เราเล็งไว้ ควรมีสมมติฐานที่ดีที่สุดก่อนเริ่มสร้าง [01:02]
- ยกตัวอย่าง Spotify (ค้นพบเพลง จัดเพลย์ลิสต์ แชร์ ฟังออฟไลน์) และ Hopper (แจ้งตั๋วถูกให้โดยไม่ต้องค้นเอง) เป็นตัวอย่างการตอบ need [01:34]
- อย่าบอกว่าแอปเหมาะกับทุกคน ให้เลือกกลุ่มหัวหาด (beachhead) ที่จะตอบรับง่ายที่สุดก่อน [02:34]
- เรื่องกลุ่มเป้าหมายให้ดูความสนใจร่วม อาชีพ ระดับรายได้ และปัญหาที่แอปแก้ได้ รวมถึงฟังก์ชันที่ทำให้เขาประทับใจ [03:04]
- โทรคุยลูกค้าเป้าหมายแบบติดต่อกัน เพื่อดูปฏิกิริยาต่อภาษาที่ใช้แล้วปรับกับคนถัดไป [04:05]
- คำถามสำคัญ: ถ้าใช้แอปนี้ไม่ได้อีกจะรู้สึกอย่างไร (เสียดายมาก/ค่อนข้างเสียดาย/เฉย ๆ), ใครจะได้ประโยชน์สุด, ประโยชน์หลักที่ได้คืออะไร, และเราจะปรับปรุงให้คุณอย่างไร [04:36]
- แอปใหม่ใช้ hard paywall ได้ เพราะคนที่จ่ายเงินให้ฟีดแบ็กที่มีน้ำหนักกว่าผู้ใช้ฟรี (เล่าจากซีอีโอของ Adapty) [05:40]
- ช่วงก่อนเปิดตัวสามารถจ้าง beta tester ที่ตรงกับ persona จริง ได้ฟีดแบ็กตรงไปตรงมากว่าถามเพื่อนครอบครัว [06:42]
- หลังเปิดตัวให้เก็บฟีดแบ็กในแอป (ให้ดาว ข้อเสนอแนะ รายงานบั๊ก/แครช พร้อม metadata เครื่องและเวอร์ชัน) และทำ FAQ ช่วยคนที่สับสน [07:43]
- ถ้าฟีดแบ็กส่วนใหญ่บอกว่าไม่เข้าใจว่าแอปไว้ทำอะไร แสดงว่า product market fit อาจคลาดเคลื่อน [08:45]
- ใช้ onboarding ถามผู้ใช้ว่ามาเพื่ออะไร และเอาคำตอบไปใช้ใน paywall ได้ [09:15]
- retention เป็นตัวชี้วัดหลักแต่เป็น lagging indicator อาจรู้ผลเป็นเดือนหรือปี จึงดู MAU และ DAU เป็นตัวชี้วัดเร็วกว่า ยิ่งอัตราส่วน DAU/MAU แน่นยิ่งติดแอป [10:15]
- Virality ตามมาจากการฟังผู้ใช้ อ่านและตอบรีวิว แล้วปรับปรุงแอป [12:17]
เอาไปใช้ยังไง
ทำแบบสอบถามในแอปหรือใน onboarding ด้วยคำถาม "ถ้าใช้ไม่ได้จะเสียดายแค่ไหน" และ "ประโยชน์หลักคืออะไร" แล้วเลือกคุยเจาะกลุ่มคนที่ตอบว่าเสียดายมาก ติดตามดู DAU/MAU คู่กับ retention
🗒️ ข้อควรระวัง
ผู้พูดเป็นหัวหน้าการตลาดของ Helpshift และโปรโมต Feedback+ SDK ของตัวเองตลอดคลิป (ที่ว่าฟรีควรตรวจเงื่อนไขปัจจุบัน) · คลิปปี 2022 หลักการยังใช้ได้ แต่รายละเอียดของ SDK/ราคาอาจเปลี่ยน · ไม่ได้ให้ตัวเลขเกณฑ์เช่น 40% ของ Superhuman ในคลิปนี้
- ✅ ตรวจเสียงจริงแล้ว (whisper) 4 จุด · แก้ 0 จุด · ยังไม่แน่ใจ: ประเด็นที่ 1: เสียงจริงพูดถึง Feedback Plus ของ HelpShift (ให้ดาว ข้อเสนอแนะ รายงานบั๊ก/แครช) ตรงกับสรุป แต่ช่วงที่ให้มาไม่ได้พูดถึง metadata เครื่องและเวอร์ชัน และ FAQ จึงยืนยันสองส่วนนี้ไม่ได้; ประเด็นที่ 2: เสียงจริงยืนยันว่า retention เป็น lagging indicator แต่ช่วงที่ให้มาตัดจบก่อนพูดถึง MAU, DA