#359 ASO สำหรับแอประดับล้านดอลลาร์: ฟีเจอร์ และ In-App ที่โปรโมตได้
https://www.youtube.com/watch?v=bVqHdQBixIo · App Masters · อัปโหลด 2021-09-22 · ยาว 17:06 · ชื่อเดิม: App Store Optimization for Million Dollar Apps (Part 4/4) · ซับ auto-caption YouTube (ไม่ได้ฟังเสียงซ้ำ ไม่ได้ดูภาพ) · AI สรุป
⚡ สรุปสั้น
แอปใหญ่ที่มี UA ดีอยู่แล้วก็ยังควรทำ ASO เพราะเพิ่ม conversion นิดเดียวก็ได้ติดตั้งเพิ่มเป็นแสนต่อปี และช่วยประหยัดค่าโฆษณา
สิ่งที่แอปใหญ่มักมองข้ามคือการขอให้สโตร์ฟีเจอร์แอป (Featuring) ซึ่งต้องเตรียมความเสถียร เซิร์ฟเวอร์ การโลคอลไลซ์ และรับมือ conversion/เรตติ้งที่อาจตกชั่วคราว
อีกอย่างคือ In-App Purchase ที่โปรโมตได้บน Apple App Store ซึ่งขึ้นในผลค้นหาต่อจากแอป ช่วยยึดพื้นที่หน้าผลลัพธ์และดัน competitor ลงไป
📌 ประเด็นสำคัญ (อ้างนาที)
- แอปใหญ่มักไม่ทำ ASO เพราะมองว่าได้ยอดติดตั้งน้อยเมื่อเทียบกับ UA แต่ ASO มีเพดานตามจำนวนผู้ใช้สโตร์ในประเทศ ขณะที่ UA ถูกจำกัดด้วยงบ [01:00]
- ตัวอย่างคำนวณ: 1 ล้าน impressions ต่อวัน conversion 5% = 50,000 installs/วัน ถ้าเพิ่ม conversion ขึ้น 5% (เป็น 5.25%) จะได้ 52,500 installs/วัน เพิ่มราว 75,000 ต่อเดือน และเกือบ 1 ล้านต่อปี [03:34]
- วิธีโน้มน้าวหัวหน้า: ทำ audit หน้าสโตร์พร้อมเก็บเคสความสำเร็จของคู่แข่ง โดยตัวเลขจริงน่าเชื่อกว่าคำอธิบาย หรือถ้ามีอำนาจตัดสินใจก็เริ่มทำเองแล้วให้ผลลัพธ์พิสูจน์ [04:06]
- มุมคิดต้นทุน: ถ้าได้ติดตั้งเพิ่ม 3,000 ต่อเดือน (สำหรับบริษัทใหญ่อาจ 3,000-5,000) และปกติจ่าย 2-3 ดอลลาร์ต่อ install จะประหยัดราว 6,000-9,000 ดอลลาร์ต่อเดือน [05:38]
- สิ่งที่มองข้ามอันดับ 1 คือการถูก Featured โดยบรรณาธิการสโตร์ ทั้ง Google Play และ App Store สามารถกรอกฟอร์มสมัครเองได้ [06:39]
- เพิ่มโอกาสถูกฟีเจอร์: อัปเดตแอป/เพิ่มฟังก์ชันหรือด่านใหม่ โลคอลไลซ์ทั้งหน้าสโตร์และตัวแอป และใช้ฟีเจอร์ใหม่ของแพลตฟอร์ม เช่น dark mode บน Apple หรือ live ops events บน Google Play [07:42]
- เตรียมตัวก่อนถูกฟีเจอร์: ความเสถียรของแอป รองรับโหลดเซิร์ฟเวอร์ที่พุ่ง ตรวจแนวทางของสโตร์ และส่งแอปล่วงหน้าเพราะการตรวจใช้เวลานาน พร้อมอธิบายความสำคัญของอัปเดตให้ละเอียด [08:46]
- ผลข้างเคียงของการถูกฟีเจอร์: ผู้ใช้ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเข้ามามาก conversion ลด ส่งผลต่อ ranking โดยเฉพาะ Google Play ที่ให้ความสำคัญกับ conversion และเรตติ้งเฉลี่ยอาจลดลง [10:16]
- Promoted In-App บน Apple App Store ทำได้สูงสุด 20 รายการต่อแอป ต้องปรับทั้งภาพและ metadata ข้อดีหลักคือเพิ่ม conversion และเบียดคู่แข่ง ไม่ใช่แค่ยอดติดตั้ง [11:16]
- In-App ที่โปรโมตมักถูกทำดัชนีด้วยคีย์เวิร์ดเดียวกับแอปและขึ้นต่อจากแอปในผลค้นหา เช่น แอปอันดับ 1 In-App จะอันดับ 2 ทำให้ยึดผลค้นหาได้ทั้งหมด [12:18]
- ประสบการณ์ของ Steve: Story feature ของ Apple ถูกผูกกับ ASO เมื่อปรับคีย์เวิร์ดจนติดอันดับ 1 Story ก็ขึ้นตามคีย์เวิร์ดนั้นด้วย [14:20]
เอาไปใช้ยังไง
ถ้าแอปของเรามีอันดับดีอยู่แล้ว ให้ลองใส่ promoted in-app บน App Store พร้อมคีย์เวิร์ดและภาพ และเตรียมแอป เซิร์ฟเวอร์ และ conversion ให้พร้อมแล้วส่งฟอร์มขอฟีเจอร์ในช่วงที่มีอัปเดตใหญ่
🗒️ ข้อควรระวัง
ผู้พูดโปรโมตเครื่องมือ CheckASO.io (รวมฟีเจอร์วิเคราะห์ promoted in-app) คลิปอัปโหลดปี 2021 ควรตรวจว่าจำนวนสูงสุด 20 in-app, ขั้นตอนสมัครขอฟีเจอร์ และฟอร์ม/ชื่อฟีเจอร์ในสโตร์ยังตรงกับปัจจุบัน ตัวเลข 5.25% และ 75,000 ต่อเดือนเป็นตัวอย่างสมมติที่ผู้พูดคำนวณ ซับบางช่วงเพี้ยน (เช่น 'keyboards' = keywords)
- ✅ ตรวจเสียงจริงแล้ว (whisper) 7 จุด · แก้ 2 จุด · ยังไม่แน่ใจ: ประเด็น 'ทั้ง Google Play และ App Store สามารถกรอกฟอร์มสมัครเองได้' [06:39]: ช่วงที่ถอดมาไม่ครอบคลุมเรื่องการกรอกฟอร์มสมัคร Featured จึงยืนยันไม่ได้; ประเด็น Story feature ของ Apple [14:20]: เสียงจริงพูดว่าเมื่อได้อันดับ 1 สำหรับคีย์เวิร์ดหนึ่ง Story ไม่ได้ขึ้นสำหรับคีย์เวิร์ดใหม่นั้น แต่ท่อนท้ายพูด