#321 ยิงแอด Facebook งบน้อย: แบ่งกลุ่มเป้าหมายแคบ-กว้าง-ทุกคน
https://www.youtube.com/watch?v=EHBA8uuJeNk · App Masters · อัปโหลด 2020-11-02 · ยาว 9:10 · ชื่อเดิม: Facebook Advertising on a Budget · ซับ auto-caption YouTube (ไม่ได้ฟังเสียงซ้ำ ไม่ได้ดูภาพ) · AI สรุป
⚡ สรุปสั้น
Simon Lejeune อดีตหัวหน้า User Acquisition ของ Hopper เล่าวิธีตั้งแคมเปญ Facebook สำหรับงบน้อย โดยแบ่ง ad group เป็นกลุ่มแคบมาก กลุ่มกว้างขึ้น และกลุ่มทุกคนอายุ 18-65+ ในแคมเปญเดียว
ข้อสรุปคือคนที่ใช้งบเยอะมักได้ผลดีกว่าเมื่อใช้ targeting กว้างและให้ Facebook หากลุ่มเป้าหมายเอง ส่วนมือใหม่มักหมกมุ่นกับการเจาะกลุ่มแคบ
อีกแนวคิดคือ Facebook คาดเดายาก จึงควรกระจายความเสี่ยงแบบพอร์ตโฟลิโอด้วย creative และแคมเปญหลายแบบ รวมถึงรันเป้าหมาย optimize หลายแบบพร้อมกัน
📌 ประเด็นสำคัญ (อ้างนาที)
- แบ่งแคมเปญเป็น 3 ad group: กลุ่มแคบมาก (คนชอบ kombucha ไม่กี่พันคนใน Quebec), กลุ่มความสนใจกว้างขึ้น (healthy lifestyle, probiotics ใหญ่กว่าราว 10 เท่า), และกลุ่มทุกคนอายุ 18 ถึง 65 ขึ้นไป [01:30]
- ในเคสนี้กลุ่มที่เจาะทุกคนทำผลงานดีกว่า เพราะกลุ่มแคบมาก CPC สูงและมี delivery น้อย [02:30]
- กฎที่แนะนำ: กันงบไว้ประมาณ 20% ให้ ad group ที่เจาะทุกคน เพื่อดูว่า Facebook หากลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าเราเองหรือไม่ [03:01]
- เว็บเล็กที่ยอดซื้อน้อยให้ optimize ที่ event add to checkout ไม่ใช่คลิก เพราะเปิดกว้างทุกคนแล้ว optimize คลิกอาจทำให้เงินหายเปล่า [03:31]
- ทำหลาย ad group ในแคมเปญเดียวเพื่อใช้ CBO (campaign budget optimization) ให้ Facebook ย้ายงบไปกลุ่มที่ดีเอง ไม่ต้องย้ายงบมือทุกวัน [04:03]
- คนที่เพิ่งเริ่มจะหมกมุ่นกับ targeting แคบ แต่คนที่ใช้งบเยอะและมีประสบการณ์มักสรุปตรงกันว่า targeting กว้างมักได้ผลดีกว่า [05:05]
- Hopper เริ่มจากวงรัศมี 50 ไมล์รอบสนามบิน แล้วค่อยๆ เอา targeting ออกเกือบหมดให้ Facebook จัดการเอง [05:35]
- ผู้ใช้ Hopper ไม่ค่อยซื้อตั๋วทันที จึงใช้ event ที่ทำนายการแปลงได้ คือ watch flight แล้ว optimize ที่ cost per watcher แทนการวัดยอดจอง [06:07]
- เมื่อใช้งบระดับหลายล้านดอลลาร์ต่อเดือน พบว่า optimize เพื่อ conversion ได้ conversion ดีกว่าแต่ CPI สูงกว่า ส่วน optimize เพื่อ install CPI ต่ำกว่า สุดท้ายออกมาพอๆ กัน จึงรันทั้งสองแบบคู่กัน [07:07]
- Facebook คาดเดาไม่ได้ แคมเปญเดียวกันในสองบัญชีโฆษณาอาจได้ผลต่างกัน จึงควรคิดแบบพอร์ตโฟลิโอและกระจายความเสี่ยง [07:39]
- บางแคมเปญเก่าตั้งแต่ปี 2017 ยังทำผลงานดี สร้างใหม่แล้วไม่ได้ผลเหมือนเดิม จึงไม่ควรแตะแคมเปญที่ยังดีอยู่ [08:10]
เอาไปใช้ยังไง
ถ้างบน้อย ให้ตั้งแคมเปญเดียวแบบ CBO แล้วแยก ad group เป็นกลุ่มแคบ กลุ่มกว้าง และกลุ่มทุกคน โดยกันงบราว 20% ให้กลุ่มทุกคน optimize ที่ event ที่ใกล้การซื้อ/ติดตั้งจริง ไม่ใช่คลิก แล้วดูว่ากลุ่มไหนชนะก่อนค่อยเพิ่มงบ
🗒️ ข้อควรระวัง
เนื้อหาเป็นของปี 2020 (ก่อนผลกระทบ ATT ของ iOS 14.5 ต่อการ optimize และวัดผล) จึงควรตรวจว่า event, CBO และตัวเลือก targeting ใน Ads Manager ปัจจุบันยังเหมือนเดิมหรือไม่ ตัวอย่างหลักเป็นธุรกิจ kombucha บน Shopify ไม่ใช่แอป ทรานสคริปต์ช่วงท้ายถูกตัด (ถึงนาที 08:42) และชื่อ/คำศัพท์จากซับอาจเพี้ยนเล็กน้อย
- ตัวเลข/ชื่อ ตามซับ auto อาจเพี้ยน — ยังไม่ได้ฟังทวน