#319 อะไรมีผลต่ออันดับคีย์เวิร์ดใน App Store และ Google Play
https://www.youtube.com/watch?v=XU1EvmJiqJU · App Masters · อัปโหลด 2020-10-19 · ยาว 9:15 · ชื่อเดิม: What Impacts Keyword Rankings for App Store Optimization · ซับ auto-caption YouTube (ไม่ได้ฟังเสียงซ้ำ ไม่ได้ดูภาพ) · AI สรุป
⚡ สรุปสั้น
Backlink ไม่มีผลบน Apple App Store ส่วนบน Google Play มีผลแต่ทางอ้อมและต้องใช้แรงมาก ควรโฟกัสที่การวางคีย์เวิร์ดก่อน
บน Google Play ให้ทำคีย์เวิร์ดซ้ำใน title, short description และ description โดยเน้นความหนาแน่นมากกว่าความยาว ส่วน Apple ให้วางคีย์เวิร์ดถูกช่อง ไม่ต้องซ้ำ
รายได้ไม่มีผลต่ออันดับคีย์เวิร์ดบน iOS แต่ความเร็วของดาวน์โหลด (download velocity) และความเกี่ยวข้องของแอปมีผลมาก แอปใหม่ควรเริ่มจากคีย์เวิร์ด long tail แล้วค่อยไต่ขึ้นไปหาคีย์เวิร์ดปริมาณสูง
📌 ประเด็นสำคัญ (อ้างนาที)
- Backlink ไม่มีผลต่ออันดับแอปบน Apple App Store จากที่ทีมเคยเห็น [00:01]
- บน Google Play แนะนำให้มี backlink แต่ผลเป็นทางอ้อม และ Google ดู "rank power" ของหน้าที่ลิงก์มา ไม่ใช่จำนวนลิงก์ จึงต้องขอบล็อกใหญ่ๆ ให้อ้างอิง ซึ่งใช้เวลามาก [00:32]
- บน Google Play การทำคีย์เวิร์ดซ้ำใน title, short description และ description ยิ่งซ้ำยิ่งมีน้ำหนัก ส่วนบน Apple ต้องวางคีย์เวิร์ดให้ถูกช่อง ไม่ต้องซ้ำ โดย title มีน้ำหนักมากกว่า subtitle และ keyword field [01:02]
- Screenshot ต้องสะดุดตาและเข้าใจได้ในพริบตา เพราะคนดูแอปในพรีวิวแค่ราว 2 วินาทีตอนเลื่อน [02:02]
- ต้องเป็นภาษาธรรมชาติ ห้ามยัดคีย์เวิร์ด title กับ short description มีน้ำหนักสูงกว่า แต่จะซ้ำคำเดิมทุกช่องกับทุกคีย์เวิร์ดไม่ได้ [03:04]
- คำแนะนำเรื่อง description คือ "focus on density rather than length" และมีเครื่องมือ density calculator ฟรีที่ appfollow free tools [03:34]
- ค่า density ที่แนะนำคือ 2% สำหรับ long description ถ้าสูงกว่า 2% ถือว่าสูงมาก และทำได้ยากถ้าไม่ให้เป็น keyword stuffing [04:34]
- ตัวอย่างแอป memory dictionary: ทำเป้าหมายสอบนานาชาติปริมาณค้นหาสูงได้ดี แต่ตกคีย์เวิร์ด TOEFL ใน short description ทั้งที่ยังมีที่ว่าง [05:05]
- รายได้ไม่มีผลต่ออันดับคีย์เวิร์ดบน iOS (ผู้พูดบอกว่าไม่เคยทดสอบโดยตรงแต่ไม่คิดว่ามีผล) แต่มีผลต่ออันดับ top grossing charts [05:36]
- Download velocity คือการได้ดาวน์โหลดจำนวนมากในเวลาสั้นๆ ตอนเปิดตัว เป็นตัวขับอันดับคีย์เวิร์ดที่สำคัญ [06:36]
- คีย์เวิร์ด niche ที่ไม่มีคู่แข่งอาจติดอันดับได้ทันที แต่ปัจจัยหลักคือคนพิมพ์คีย์เวิร์ดนั้นแล้วกดติดตั้งเพราะแอปตอบโจทย์ [07:08]
- เริ่มจาก long tail ที่เกี่ยวข้องและมี traffic ขั้นต่ำ แล้วใช้แคมเปญ paid ช่วยดันเพื่อไต่ไปคีย์เวิร์ดปริมาณสูง [08:09]
เอาไปใช้ยังไง
บน Google Play ให้เช็กความหนาแน่นคีย์เวิร์ดหลักของ long description ให้ใกล้ 2% และใส่ซ้ำใน title กับ short description อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วน iOS ให้วางคีย์เวิร์ดสำคัญใน title ก่อน แล้วโฟกัสที่ long tail และการเร่งดาวน์โหลดช่วงเปิดตัว
🗒️ ข้อควรระวัง
ข้อมูลปี 2020 ควรตรวจซ้ำว่า Google Play และ Apple ยังให้น้ำหนักเหมือนเดิมหรือไม่ ผู้พูดมาจาก AppFollow จึงโปรโมตเครื่องมือของตัวเอง ตัวเลข 2% เป็นคำแนะนำส่วนตัวไม่ใช่กฎของสโตร์ ซับอาจเพี้ยนบางชื่อ เช่น 'appfollow' ถูกถอดเป็น 'applique'/'app suite' และ 'TOEFL' ถูกถอดเป็น 'top hole' ส่วนเรื่องรายได้ผู้พูดยอมรับว่าไม่เคยทดสอบ
- ตัวเลข/ชื่อ ตามซับ auto อาจเพี้ยน — ยังไม่ได้ฟังทวน