#173 ASO เทียบกับ SEO: แปลศัพท์ SEO เป็นการทำ ASO
https://www.youtube.com/watch?v=onQJUlIennU · App Masters · อัปโหลด 2018-08-28 · ยาว 13:45 · ชื่อเดิม: App Store Optimization (ASO) in Search Engine Optimization (SEO) Terms · ซับ auto-caption YouTube (ไม่ได้ฟังเสียงซ้ำ ไม่ได้ดูภาพ) · AI สรุป
⚡ สรุปสั้น
อธิบาย ASO โดยเทียบกับ SEO ทีละคู่ ได้แก่ ชื่อแอปเทียบกับ title/โดเมน, subtitle เทียบกับ h1, คำอธิบายเทียบกับเนื้อหา, รีวิวเทียบกับ backlink และ cross promotion เทียบกับ cross link
แนะนำวางคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องและมีทราฟฟิกสูงไว้ในชื่อแอป แล้วขยายวลีไปในช่องถัดไปแทนการพูดซ้ำบน iOS ส่วน Google Play พูดซ้ำได้
ปิดท้ายด้วยการขอรีวิวให้เร็วและบ่อย และการพาผู้ใช้ไปเว็บ/แอปอื่น/อีเมลเพื่อ re-engage และทำ lookalike
📌 ประเด็นสำคัญ (อ้างนาที)
- ชื่อแอปเทียบกับ title tag/โดเมน: มีน้ำหนักสูงสุด ใส่คีย์เวิร์ดที่ต้องการไว้ทางซ้ายของชื่อแบรนด์ เช่น meditation - calm ดีกว่า calm - meditation (ผู้พูดบอกว่าไม่รู้เหตุผลแน่ชัด) [01:36]
- แอปใหม่ไม่ควรไปชนคีย์เวิร์ดที่แข่งสูงสุดอย่าง meditation ทันที ให้เลือกคำที่แข่งน้อยกว่าต่อท้ายชื่อแอปก่อน แล้วค่อยไปคำที่แรงกว่า [03:08]
- subtitle (iOS) / short description (Google Play) เทียบกับ h1: ใช้ซ้ำคีย์เวิร์ดจากชื่อได้ และขยายวลี เช่น meditation ในชื่อ, guided meditation ใน subtitle [04:10]
- ขนาดช่อง: Google Play มี 80 ตัวอักษร ส่วน Apple มี 30 ตัวอักษร จึงซ้ำคีย์เวิร์ดจากชื่อได้แน่ๆ บน Google Play และอาจซ้ำบน iOS [04:41]
- คำอธิบายยาวเทียบกับเนื้อหาเว็บ: บน iOS ไม่ต้องพูดซ้ำคีย์เวิร์ด ให้ขยายไปคำใหม่ เช่น relaxation และคำที่แข่งน้อย-ทราฟฟิกปานกลาง เช่น mindfulness ไปไว้ใน keyword field [06:12]
- iOS description ยังไม่เห็นสัญญาณว่าถูก index ควรโฟกัสที่ keyword field ส่วน Google Play ให้โฟกัสที่ long description [07:14]
- รีวิวและเรตติ้งเทียบกับ backlink: Google Play บอกว่าเริ่มนับ backlink แต่ผู้พูดเห็นว่าโฟกัสรีวิวให้ผลดีกว่า และเวลาที่ทุกคนทำ ASO เท่ากัน จำนวนเรตติ้ง/รีวิวคือตัวตัดสิน [08:14]
- ให้ขอรีวิวเร็วและค่อนข้างเชิงรุก เหมือนตู้ทิป มี prompt ของ iOS ให้ใช้ (ส่วน Google Play ผู้พูดไม่แน่ใจว่ามี prompt) [08:45]
- cross link เทียบกับ cross promotion: ใช้แอปที่ดาวน์โหลดเยอะโปรโมตแอปอื่นในพอร์ต และพาไปเว็บ/บริการอื่น เช่น ลูกค้าที่โปรโมตเว็บ Shopify [10:49]
- เก็บอีเมลผู้ใช้ไว้ re-engage นอกเหนือจาก push และเอาไปทำ retargeting หรือ Facebook lookalike ได้ [11:20]
เอาไปใช้ยังไง
ตรวจชื่อแอปและ subtitle ว่าคีย์เวิร์ดหลักอยู่ซ้ายสุดและขยายวลีไม่ซ้ำกัน แล้วเพิ่มการขอรีวิวในแอปและช่องเก็บอีเมลเพื่อทำ lookalike
🗒️ ข้อควรระวัง
คลิปอัปโหลดปี 2018 ตัวเลขและกฎอาจเปลี่ยนแล้ว ควรตรวจก่อนใช้ เช่น ความยาวช่องที่ Apple 30 ตัวอักษรและ Google Play short description 80 ตัวอักษร, การที่ iOS description ไม่ถูก index, และ Google Play นับ backlink ผู้พูดเป็นเจ้าของเอเจนซี่และโปรโมต App Masters/Academy ท้ายคลิป ซับอังกฤษมีคำเพี้ยนบางจุด (เช่น 'at masters' = App Masters)
- ตัวเลข/ชื่อ ตามซับ auto อาจเพี้ยน — ยังไม่ได้ฟังทวน