#097 AppFollow: เครื่องมือ ASO หาคีย์เวิร์ดจาก Auto-suggest และ Search Ads

4 · เตรียมหน้าร้าน (ASO)2017-11-08🧰 รีวิวเครื่องมือAppFollowAuto-suggestซับอัตโนมัติ
ทำไมควรอ่าน
เครื่องมือดึงคีย์เวิร์ดปี 2017 ปัจจุบันมีตัวเลือกใหม่กว่า
https://www.youtube.com/watch?v=0nRHG_fhMhc · App Masters · อัปโหลด 2017-11-08 · ยาว 9:05 · ชื่อเดิม: ASO Tool for Keyword Research (AppFollow Review) · ซับ auto-caption YouTube (ไม่ได้ฟังเสียงซ้ำ ไม่ได้ดูภาพ) · AI สรุป

⚡ สรุปสั้น

สตีฟแนะนำ AppFollow เครื่องมือที่ช่วยดึงคีย์เวิร์ดที่ Apple Auto-suggest ให้ได้ในคลิกเดียว แทนการพิมพ์ค้นหาทีละคำในแอปสโตร์ ประหยัดเวลาได้ราว 30 นาที

อีกฟีเจอร์คือ Search Ads quality score ที่ใส่แอปของเราหรือแอปคู่แข่งแล้วได้ลิสต์คีย์เวิร์ดพร้อมคะแนนทราฟฟิก ใช้เป็นคีย์เวิร์ดตั้งต้นก่อนไปเช็กความยาก

แต่ AppFollow ไม่มี difficulty score จึงยังต้องใช้ Mobile Action หรือ Sensor Tower วิเคราะห์ต่อ โดยเฉพาะอินดี้และสตาร์ทอัป ส่วนแบรนด์ใหญ่ที่มีงบโฆษณาและแค่อยากติดตามอันดับ AppFollow เหมาะกว่า

📌 ประเด็นสำคัญ (อ้างนาที)

  • ขั้นตอนเดิมของผู้พูด: พิมพ์คีย์เวิร์ดในแอปสโตร์ดู Auto-suggest เช่น paintball แล้วนำไปใส่เทมเพลต และดึงข้อมูลใน Mobile Action กับ Sensor Tower [00:30]
  • ปัญหาคือต้องพิมพ์คีย์เวิร์ดเองทีละคำ (เช่น paintball + rush) จนเบื่อ จึงหาเครื่องมือที่ดีกว่า [01:33]
  • AppFollow ใช้ติดตามอันดับคีย์เวิร์ดรายวันได้ มีแจ้งเตือนทางอีเมลและ Slack integration [02:05]
  • AppFollow ใช้ตอบรีวิวได้ในแพลตฟอร์มเดียว ไม่ต้องแยกไป iTunes หรือ Google Play [03:05]
  • ฟีเจอร์ ASO tools > Suggest: ใส่คีย์เวิร์ดแล้วได้ Auto-suggestion ทั้งหมด คัดลอกไปใส่ไฟล์ข้อความได้เลย [03:38]
  • AppFollow ไม่มี difficulty score มีแค่ search score ผู้พูดจึงยังใช้ Mobile Action และ Sensor Tower วิเคราะห์คีย์เวิร์ด [04:08]
  • ถ้าเป็นแบรนด์ใหญ่ที่มีงบ paid acquisition และไม่สนความยาก ให้พิจารณา AppFollow แต่ถ้าเป็นอินดี้ยังต้องใช้ Mobile Action หรือ Sensor Tower [04:38]
  • ฟีเจอร์ Search ads quality score: ใส่แอปของเราหรือของคู่แข่ง แล้วเห็นคะแนนทราฟฟิกของคีย์เวิร์ดที่ได้ [06:10]
  • ได้คีย์เวิร์ดราว 50 คำไปคัดต่อด้วยข้อมูล เพื่อตัดสินว่าควรอยู่ใน app name, subtitle หรือ keywords field [06:40]
  • กระบวนการเดียวกันใช้กับ Google Play ได้ โดยเปลี่ยนเป็น app name, short description และ long description [07:11]
  • ผู้พูดบอกว่าประหยัดเวลาได้ราว 30 นาที [07:42]

เอาไปใช้ยังไง

ใช้ฟีเจอร์ Suggest ของ AppFollow ดึง Auto-suggest ของคีย์เวิร์ดหลัก แล้วใช้ Search Ads quality score กับแอปคู่แข่งหาคีย์เวิร์ดเพิ่ม จากนั้นนำทั้งหมดไปเช็ก difficulty ในเครื่องมืออื่นก่อนตัดสินใจใส่ใน title/subtitle/keywords

🗒️ ข้อควรระวัง

คลิปอัปโหลดปี 2017 (เก่ากว่า 8 ปี) ฟีเจอร์ ชื่อเมนู และราคาของ AppFollow รวมถึง Mobile Action/Sensor Tower และ Apple Search Ads อาจเปลี่ยนไปแล้ว ควรตรวจก่อนใช้ ผู้พูดเป็นแขกเก่าของพอดแคสต์และโปรโมตเครื่องมือนี้ รวมถึง App Masters Academy ท้ายคลิป ตัวเลขราคาคอร์สในช่วงท้ายไม่ใช่สาระหลัก

  • ตัวเลข/ชื่อ ตามซับ auto อาจเพี้ยน — ยังไม่ได้ฟังทวน

เรื่องใกล้กัน

#598 Tentacle Strategy: หาไอเดียแอปจากคีย์เวิร์ดที่คนค้นหาอยู่แล้ว
หาไอเดียแอปจากคีย์เวิร์ดที่มีคนค้นหาอยู่แล้ว
2026-08-04ควรอ่าน🛠 วิธีทำตรวจเสียงจริงแล้ว
#573 เฟรมเวิร์ก ASO ปี 2026 หาคีย์เวิร์ดแข่งขันต่ำ
เทคนิคหาคีย์เวิร์ดแข่งต่ำด้วย localization ใช้ได้ทันทีและทันสมัยปี 2026
2026-02-17ควรอ่าน🛠 วิธีทำตรวจเสียงจริงแล้ว
#602 เทียบความแม่นยำเครื่องมือ ASO ปี 2026
รู้ว่าจ่ายเครื่องมือ ASO ตัวไหนคุ้มปี 2026
2026-09-01ควรอ่าน🧰 รีวิวเครื่องมือตรวจเสียงจริงแล้ว
#583 ASO สดๆ: ทำ keyword + paywall ให้แอปติดตามอาการป่วย
ดูขั้นตอนคัดคีย์เวิร์ดและปรับ paywall จริงแบบสดๆ
2026-04-28ควรอ่าน🔍 เคสจริงตรวจเสียงจริงแล้ว